...เย็นตาโฟ...
posted on 03 Aug 2008 00:18 by dnopistaที่มาของ "เย็นตาโฟ" นั้นนะครับ
เริ่มมาจากว่า...
แต่เดิมแล้ว เย็นตาโฟเนี่ยมันเป็นอาหารเฉพาะของชาวประมงแถบภาคใต้ของเรานี่เอง ที่ออกเรือไปนานแล้วดันไปติดเกาะ เพราะใบเรือเสียเลยจำต้องอยู่ที่เกาะนั้นจนกว่าจะซ่อมใบเรือเสร็จ
นานเข้าเสบียงก็เริ่มร่อยหรอลงทุกที ชาวประมงจึงต้องหาอาหารเพิ่มเพื่อประทังชีวิต แต่ทำไงล่ะครับ เรือไม่มีแน่นอนว่าก็ต้องหาอาหารแถวนั้น ซึ่งสิ่งที่พบเห็นได้ง่ายที่สุดก็คือแมงกระพรุนที่โดนน้ำซัดมาเกยตื้น กับผักบุ้งทะเล สาเหตุที่ต้องใส่ผักบุ้งทะเลนั้น ก็มาจากความเชื่อที่ว่าในตัวผักบุ้งทะเลจะมีสารยับยั้งพิษของแมงกระพรุนอยู่(อันนี้ถามชาวประมงดูได้) ก็เลยใส่ป้องกันไว้เผื่อว่าเอาพิษออกไม่หมด เดี๋ยวจะตายกันทั้งเรือ ส่วนองค์ประกอบอื่นๆในชามก็หาจากใต้ท้องเรืออ่ะครับ พวกปลาหมึกแห้งๆที่ตกหล่นตอนเอาไปขาย หรือจะเป็นพวกเนื้อปลาสับที่รวนไว้กินตอนเสบียงหมด(นี่คือที่มาของลูกชิ้นและก็ปลาเส้นยังไงล่ะครับ) ส่วนเส้นนั้น แต่ก่อนไม่มีเส้นครับ(จะไปเอามาจากไหน)แต่ที่ภายหลัง เย็นตาโฟมีเส้นก็เพราะว่า ด้วยรูปร่างหน้าตาแล้วน่าจะถูกจัดเข้าในกลุ่มอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวจึงถูกเอามาดัดแปลงให้กินกับเส้นได้หลายชนิด ส่วนเครื่องปรุงสุดท้ายที่แปลกแยกที่สุด นั่นก็คือ"เต้าหู้ยี๊" ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมถึงเอาไอ้เต้าหู้สีแดงนี่มาใส่ ดูไม่เข้ากันเลย...ทีแรกผมเองก็คิดงั้นครับ แต่พอทราบถึงที่มาของมันแล้วถึงกับอึ้ง
เพราะไอ้ที่เค้าใส่กันที่แรก มันไม่ใช่เต้าหู้ยี๊ครับแต่มันเป็นเต้าหู้ขาวธรรมดาๆนี่แหละ ของใต้ก๋งเรือที่แกเอาไว้กินกะข้าวต้ม ส่วนสีแดงก็คือเลือดของชาวประมงกว่าสิบชีวิตที่สาบานว่าจะช่วยกันจนกว่าจะได้กลับบ้าน คล้ายๆกับน้ำร่วมสาบานอะไรทำนองนั้นอ่ะครับ พอเททุกอย่างลงชามทุกคนก็กินร่วมกัน และที่น่าแปลกกว่านั้นก็คือในที่สุดใบเรือก็ซ่อมเสร็จและพวกเค้าก็ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ตั้งแต่นั้นมาเลยมีการผสมสีแดงในเต้าหู้ยี๊เอาไว้ให้ระลึกถึง คำสัตย์ที่ผู้กล้าเหล่านั้นได้ให้ไว้ต่อกันครับ
ประทับใจกันใช่มั้ยครับ...ใครจะรู้ว่าไอ้แค่เย็นตาโฟที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ จะมีที่มาน่าอัศจรรย์ใจถึงเพียงนี้ ถึงขนาดฮอลลีวู๊ดได้แรงบรรดาลใจ เอาไปสร้างเป็นหนังโจรสลัดชื่อดัง ที่มีสามภาค ทำรายได้ถล่มทลายกันเลยที่เดียว
...นี่แหละครับ..."
พลังเย็นตาโฟ...พลังชาวประมง"
เอ่อ...ลืมบอกไปครับว่า..แล้วไอ้ที่มาของชื่อ"เย็นตาโฟ"มันได้มายัง...
ไม่มีอะไรมากครับ...
จากตำนานของอาหารถ้วยนั้น...ทำให้ในอีกหลายๆสาขาอาชีพที่ได้รู้เรื่องราว
เอาไปใช้เพื่อปลุกระดม ให้ร่วมแรงร่วมใจกันทำอะไรให้สำเร็จให้ได้ แม้ตายก็ยอม
เลยมีคนกลุ่มหนึ่งเรียกมันว่า...ยอม ตาย ฟอร์(FOR).................
(พอดีมีฝรั่งอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย)เพื่อเป็นเหมือนอาหารร่วมสาบาน
ที่เราจะกินร่วมกันเพื่อ(FOR).........................(เติมงานนั้นๆในช่องว่าง)
นานเข้า...ยอมตายฟอร์..ก็เลยค่อยๆเพี้ยน...เพี้ยน..
และก็เพี้ยนมาจนเป็น"เย็นตาโฟ"ในที่สุดนี่แหละครับ
edit @ 3 Aug 2008 00:20:21 by ปังดัวร์
ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย
แต่สมัยนี้เย็นตาโฟใส่อะไรเต็มไปหมด ทรงเครื่องซะ
แต่ก็อร่อยนะ
#1 By พะยูนริวโฮเจนต้า on 2008-08-03 00:37